วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หลักธรรมาภิบาล

วามเป็นมาและลักษณะของธรรมาภิบาล (Good Governance)
การบริหารจัดการที่ดีในภาครัฐ ( Good Governance) หรือบางทีเรียกกันว่าธรรมาภิบาลนั้น จะช่วยกระตุ้นอย่างมากต่อการพัฒนาและขยายตัวของจริยธรรมในทางธุรกิจ ทั้งนี้เพราะความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนมีอยู่อย่างใกล้ชิด ภาครัฐในฐานะที่เป็นผู้ควบคุมกติกาการดำเนินงานของเอกชนย่อมมีผลต่อการเสริสร้างการบริหารจัดการที่ดีในวงการธุรกิจและการยึดมั่นในหลักคุณธรรมและจริยธรรมรวมทั้งความรับผิดชอบที่ธุรกิจมีต่อสังคม ถ้าการควบคุมย่อหย่อนหรือหน่วยงานในภาครัฐมีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการทุจริตหรือการเอารัดเอาเปรียบสังคมและผู้บริโภคของธุรกิจเอกชนหรือมีการร่วมมือกันระหว่างคนในภาครัฐกับใตภาคเอกชนเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมีชอบแล้ว จะเป็นอุปสรรคซึ่งทำให้การเสริมสร้างจริยธรรมในการทำธุรกิจเป็นไปได้ลำบาก

ความหมายของธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาล มาจากคำว่า ธรรม และคำว่า อภิบาล ซึ่งคำว่า “ธรรม” หมายถึง คุณ ความดี ความถูกต้อง และหลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา กฎเกณฑ์ ความจริง ความยุติธรรม ส่วนคำว่า “อภิบาล” หมายถึง บำรุง รักษา ปกครอง ดังนั้น เมื่อนำมารวมกัน
ธรรมาภิบาลจึงน่าจะหมายถึง การปกครองและการบริหารบนพื้นฐานของหลักธรรม ความดี ความถูกต้อง ซึ่งสะท้อนถึงแนวความคิดปรัชญาที่เน้นเรื่องความดี ในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Good Governance ซึ่งหมายความที่น่าจะสอดคล้อง และเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปคือ ธรรมาภิบาล หมายถึง การบริหารโดยยึดหลักธรรมความดี ความถูกต้อง
ธรรมาภิบาล เป็นเรื่องของหลักการบริหารแนวใหม่ (Modern Management) เป็นหลักการทำงาน ซึ่งหากมีการนำมาใช้เพื่อการบริหารงานแล้ว จะเกิดความเชื่อมั่นว่าจะนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือความเป็นธรรม ความสุจริต ความมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยวิธีดำเนินการเพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลก็คือ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน มีความโปร่งใส มีจิตสำนึกในความรับผิดชอบ และสิ่งที่จะเอื้อให้เกิดการดำเนินการดังกล่าวได้ก็คือ การมีกฎระเบียบมีแนวปฏิบัติที่รองรับการดำเนินการ
ธรรมาภิบาล ให้ความสำคัญเรื่องกระบวนการตัดสินใจทางการบริหาร ซึ่งอาจถูกอิทธิพลครอบงำและอาจนำไปสู่การคอร์รัปชั่น การทุจริตเชิงนโยบาย (Policy Corruption) หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interests) หากกระบวนการตัดสินใจขาดหลักธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาล คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการการควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้ มีความหมายอย่างกว้าง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึง ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก เป็นต้น
ธรรมาภิบาล เป็นหลักการที่นำมาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุเพราะ ช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทำให้ผลประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้นขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทำให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้น ๆ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทำธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นต้น (http://th.wikipedia.org)
ธรรมาภิบาลได้มีการใช้อย่างกว้างขวางในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา โดยธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank) เพื่อเป็นเงื่อนไขทางการเมืองในการให้เงินกู้ โดยประเพณีแล้วธนาคารทั้งสองถูกห้ามไม่ให้ใช้ปัจจัยทางการเมืองเป็นเงื่อนไขในการให้เงินกู้ ต่อมา ธนาคารโลกได้ยอมรับความจำเป็นของเงื่อนไขทางการเมือง โดยถือเอาธรรมาภิบาล (Good Governance) เป็นเงื่อนไขมากกว่าที่จะเอาประชาธิปไตย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความอ่อนไหวทางการเมือง โดยระบุว่า
ธรรมาภิบาลประกอบด้วยลักษณะ 4 ประการ คือ การบริหารจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพ การตรวจสอบอธิบายได้ (Accountability) ความโปร่งใสและการมีกรอบกฎหมายสำหรับการพัฒนา ธนาคารโลกได้แยกธรรมาภิบาลออกจากประชาธิปไตย คือ จะเห็นจากการเน้นเรื่องประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในระบอบการปกครองประชาธิปไตย เพราะวัตถุประสงค์ของธนาคารโลกเน้นเรื่องการพัฒนา อย่างไรก็ตามธนาคารโลกได้ถือว่าธรรมาภิบาลกับประชาธิปไตยเป็นเรื่องที่ไปด้วยกัน เช่น ลักษณะหลายอย่างที่เป็นเรื่องของธรรมาภิบาล เช่น ความโปร่งใส ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้รับทราบและการให้สาธารณชนตรวจสอบได้เป็นเงื่อนไขสำคัญของประชาธิปไตย และเป็นส่วนสำคัญของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เป็นประชาธิปไตย (Democratization)

องค์ประกอบของธรรมาภิบาล
ธรรมาภิบาล ประกอบด้วยหลักการต่างๆ ที่สำคัญ 6 หลักการ แล้วแต่ผู้ที่จะนำเรื่องของธรรมาภิบาลไปใช้ และจะให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากกว่ากันซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นหลักการสำคัญของธรรมาภิบาล คือ
1. หลักนิติธรรม (Rule of Law) คือการมีกฎหมายรวมถึงการมีกฎระเบียบที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย
มีการบังคับใช้อย่างเสมอภาค และไม่มีการเลือกปฏิบัติไม่มีมาตรฐานเชิงซ้อน (Double Standard) มีการดูแลการปฏิบัติให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ไม่ให้มีการนำกฎหมายไปแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ มีการปรับปรุงให้ทันสมัย สอดคล้องกับอารยประเทศ มีกรอบการปฏิบัติที่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมทั้งกำหนดกรอบเวลาการปฏิบัติที่ชัดเจนให้ประชาชนทราบ
2. หลักคุณธรรม (Ethic) คือการไม่ทุจริต ไม่ประพฤติผิดวินัย ไม่กระทำผิดมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณ รวมถึงการมีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ที่ปลอดการคอร์รัปชั่นหรือฉ้อราษฎร์บังหลวง การไม่ละเมิดจริยธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติและกฎหมาย ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาชีพต่างกันก็จะมีแนวปฏิบัติและจริยธรรมที่ต่างกัน
3. หลักความโปร่งใส (Transparency) คือการมีความโปร่งใสในการบริหารงานในทุกๆ ด้าน อาทิเช่น การมีการวางระบบงาน การกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจน เช่น การมีระบบคุณธรรมในการเลือกบุคลากร รวมถึงการให้คุณให้โทษ ฯลฯ เปิดโอกาสให้สังคมภายนอกเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หรือมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลการดำเนินงานต่อสาธารณะ
4. หลักการมีส่วนร่วมของประชาชน (Partici Pation) คือ กระบวนการที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีโอกาสได้แสดงทัศนะและมีส่วนร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่มีผลต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งมีการนำความคิดเห็นดังกล่าวไปประกอบการพิจารณา กำหนดนโยบายและการตัดสินใจของรัฐ ประกอบด้วยการให้ข้อมูลข่าวสารต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง การเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน (ประชาพิจารณ์) การวางแผนร่วมกัน และการพัฒนาศักยภาพของประชาชนให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้
5. หลักจิตสำนึกและความรับผิดชอบ (Accountability) คือหลักการที่สำคัญที่องค์กรทั้งภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เปิดโอกาสให้มีการตรวจสอบ ซึ่งจะสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสาธารณะและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบในการตัดสินใจซึ่งส่งผลกระทบต่อสาธารณะ จิตสำนึกและความรับผิดชอบจำเป็นต้องปฏิบัติโดยยึดหลักนิติธรรมและความโปร่งใส
6. หลักความคุ้มค่า (Value for Money) หรือหลักประสิทธิภาพและประสิทธิผล (Efficiency and Effectiveness) คือการคำนึงประโยชน์สูงสุดแก่ส่วนรวม ในการบริหารจัดการและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน รวมทั้งมีการป้องกันรักษาสิ่งแวดล้อม และมีความสามารถในการแข่งขันกับภายนอก

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

รหัสแอสกี ASCII

ASCII (American Standard Code for Information Interchange)
CHAR HEX BINARY
A 41 01000001
ฺB 42 01000010
C 43 01000011
D 44 01000100
E 45 01000101
F 46 01000110
G 47 01000111
H 48 01001000
I 49 01001001
J 4A 01001010
K 4B 01001011
L 4C 01001100
M 4D 01001101
N 4E 01001110
O 4F 01001111
P 50 01010000
Q 51 01010001
R 52 01010010
S 53 01010011
T 54 01010100
U 55 01010101
V 56 01010110
W 57 01010111
X 58 01011000
Y 59 01011001
Z 5A 01011010

ตัวอย่าง
จริยาวดี บุญเยี่ยม
JARIYAWADEE
4A 41 52 49 59 41 57 41 44 45 45
01001010 01000001 01010010 01001001 01011001 01000001 01010111 0100000101000100 01000101 01000101
BOONYIAM
42 4F 4F 4E 59 49 41 4D
01000010 01001111 01001111 01001110 01011001 01001001 01000001 01001101


วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2552

OpenOffice.org 3.1.0 Final


ออกเวอร์ชั่นใหม่สดๆ ร้อนๆ สำหรับโปรแกรม OpenOffice.org ในเวอร์ชั่น 3.1.0 Final
OpenOffice.org เป็นชุดโปรแกรมประเภทออฟฟิศ (Office) รูปแบบการทำงานใกล้เคียงกับ Microsoft Office ที่สำคัญ OpenOffice.org นั้นเป็น Open Source ดังนั้นเราจึงไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว ในการใช้งานได้อย่างถูกลิขสิทธ์ OpenOffice นั้นมีเวอร์ชั่นสำหรับ OS ต่างๆเช่น Window,Linux และ MacOS X
ในชุด OpenOfficeorg ประกอบด้วยโปรแกรมย่อยอีก เปรียบเทียบกับ Microsoft Office ได้ดังนี้
OpenOffice.org Writer คู่กับ Word
OpenOffice.org Calc คู่กับ Excel
OpenOffice.org Impress คู่กับ PowerPoint
OpenOffice.org Base คู่กับ Access
นอกจากนี้ยังมี
OpenOffice.org Math โปรแกรมเกี่ยวกับสูตรทางคณิตศาสตร์
OpenOffice.org Draw หากเปรียบแล้วก็จะประมาณโปรแกรม Pagemaker หรือ Indesign
เอาล่ะ! พอจะรู้จักกันแล้ว ลองมาเล่นกันดีกว่า
ดาวน์โหลดชุดโปรแกรม OpenOffice.org ได้ที่ http://www.openoffice.org
สำหรับเวอร์ชั่น 3.1 Final ใช้ลิงค์นี้ค่ะ http://ftp5.gwdg.de/pub/openoffice/stable/3.1.0/00o_3.1.0_win32Intel_install_en-US.exe

วันอาทิตย์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2552

NECTEC


ประวัติ NECTEC
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology :NECTEC หรือเนคเทค) ก่อตั้งขึ้นโดยมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2529 โดยในระยะเริ่มต้นมีสถานะเป็นโครงการภายใต้ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการพลังงาน (ชื่อในขณะนั้น) ต่อมาในวันที่ 30 ธันวาคม 2534 เนคเทคได้เปลี่ยนแปลงสถานะเป็นศูนย์แห่งชาติเฉพาะทาง และเปลี่ยนการจัดรูปแบบองค์กรใหม่เพื่อให้มีความคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม ตามพระราชบัญญัติพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี พ.ศ.2534
สวทช.เป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่ส่วนราชการ มีระบบการบริหารและนโยบายที่กำหนดโดย คณะกรรมการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (กวทช.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิในภาครํฐบาลและภาคเอกชนฝ่ายละเท่า ๆ กัน มีคณะกรรมการบริหารซึ่งมีองค์ประกอบคล้ายคลึงกับ กวทช. คือ มีกรรมการจากภาครัฐและภาคเอกชน อย่างละประมาณฝ่ายละเท่า ๆ กัน และมีผู้อำนวยการ กวทช. เป็นประธานเพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ในการกำหนดนโยบาย ทิศทางการพัฒนาการให้บริการทางเทคนิคและการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างภาครัฐและเอกชน
ภารกิจหลักของ NECTEC
- การให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในภาครัฐ
- การดำเนินการวิจัยเอง เพื่อเร่งให้ผลงานวิจัยเกิดผลจริงในภาคอุตสาหกรรม
- การให้บริการเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง ให้แก่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์ โทรคมนาคม
และสารสนเทศ
- การทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ
งานวิจัยและพัฒนา
งานวิจัย พัฒนา ออกแบบ และวิศวกรรม (Research Development Design and Engineering: RDDE) ถือว่าเป็นภารกิจหลักที่สำคัญที่สุดของเนคเทค นอกเหนือจากภารกิจทางด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านนโยบาย กฎหมาย และโครงสร้างพื้นฐานทาง ICT ซึ่งเนคเทคได้ดำเนินภารกิจหลักนี้มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กรในปี พ.ศ. 2529 มาจนถึงปัจจุบัน ทำให้มีผลงานจากโครงการวิจัยต่าง ๆ และได้นำไปถ่ายทอดให้กับผู้ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก
บริการวิชาการ
นอกจากจะมีภารกิจหลักทางด้านการวิจัยและพัฒนาแล้ว บทบาทการให้บริการทางวิชาการของเนคเทคก็เป็นบทบาทที่สำคัญในอันที่จะช่วยสนับสนุนให้หน่วยงานและบุคคลทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเนคเทคได้มีบริการที่สำคัญคือ โครงการรับรองคุณภาพบริภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ในประเทศในการสร้างผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่ผลิตในประเทศให้มีคุณภาพ และมาตรฐานเทียบเท่าผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ
เข้าเว็บไซต์นี้ได้ความรู้เยอะเลยค่ะโดยเฉพาะผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดูเพิ่มเติมที่เว็บนี้ค่ะ

OpenOffice.org

ประวัติของ OpenOffice
มีต้นกำเนิดจาก StarOffice ซึ่งเป็นโปรแกรมชุดสำนักงานที่พัฒนาในประเทศเยอรมัน ที่มีมาตั้งแต่สมัยกลางยุค 80 หลังจากนั้นในปี 1999 ก็ถูกซื้อโดย Sun Microsystems StarOffice รุ่น 5.2 วางตลาดเมื่อเดือน มิถุนายน พ.ศ.2543 รุ่น 6.0 วางตลาดเมื่อปี พ.ศ. 2545 สิ่งที่พิเศษในการพัฒนา StarOffice 6.0 ก็คือ การพัฒนาโดยส่วนใหญ่นั้น พัฒนาในรูปแบบของโครงการโอเพนซอร์ส เพื่อที่จะทำแย่งนี้ได้ ซันได้เปิดซอร์สโค้ดของ StarOffice สู่สาธารณะ และก่อตั้งโครงการ OpenOffice.org ขึ้น การทำเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า ซันจะละเลยการพัฒนาทั้งหมดให้เป็นหน้าที่ของเหล่าอาสาสมัคร การพัฒนาส่วนใหญ่ยังทำโดยพนักงานของซัน นอกจากนี้ ซันยังได้ให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโครงการ OpenOffice.org อีกด้วย
ส่วนประกอบ
โดยหลัก ๆ แล้ว OpenOffice นั้น ก็จะมีโปรแกรม word processing,spreadsheet,presentation และ database เหมือนกันกับ Microsoft Office แต่ไม่ได้ถูกตั้งชื่อว่า Word,Excel,Powerpoint และ Access เท่านั้น OpenOffice สามารถเปิดอ่านงานที่เป็นไฟล์มาตรฐาน Microsoft Office ได้ รวมถึงสามารถเลือกเซฟงานเป็นมาตรฐาน Microsoft Office ได้ด้วยเช่นกัน
การใช้งาน
แนะนำให้เข้าไปดูการใช้งานพื้นฐานได้จากเว็บ http://www.openoffice.org แต่จริงๆ ถ้าใช้ Microsoft Office เป็นอยู่แล้ว เปลี่ยนมาใช้ OpenOffice ได้เลยค่ะ แทบจะไม่ต้องเรียนรู้อะไรใหม่มาก
ปรับนิดหน่อยก็ใช้งานได้คล่องแล้วค่ะ อย่างไรก็ตามยังมีบางอย่างที่ใช้งานไม่เหมือนกัน 100% ค่ะ ลองดาวน์โหลดมาใช้งานดูก่อนได้นะคะ
ดาวน์โหลดใช้งานได้จากเว็บไซต์ http://download.openoffice.org

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Operating System


http://www.youtube.com/watch?v=Llu1ai6UkGw
รายละเอียดต่าง ๆ ในเว็บไซต์นี้อธิบายเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์
ซึ่งในปัจจุบันมี 3 ระบบด้วยกัน

1.Windows เป็นระบบปฏิบัติการซึ่งพัฒนาโดย Microsoft และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
2.Macintosh เป็นระบบที่พัฒนาโดยบริษัทแอปเปิล
3.Linux เป็นระบบปฏิบัติการที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

Management information system


http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/tech.htm
เทคโนโลยีสารสนเทศ ในปัจจุบันประกอบด้วย
- ระบบประมวลผลข้อมูล (Data Processing System)
- ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร (Management Information System)
- ระบบสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision Support System)
- ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System)
- ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Expert Systems)
ระบบ สารสนเทศจะทำการเก็บรวมรวบข้อมูลจากระดับปฏิบัติการ และทำการประมวลผลเพื่อให้สารสนเทศกับบุคลากรในระดับต่าง ๆ ซึ่งในแต่ละระดับนั้นจะใช้ลักษณะและปริมาณของสารสนเทศที่แตกต่างไป ซึ่งในเว็บไซต์นี้ได้แสดงเป็นรูปปิรามิด
และยังได้กล่าวถึง บุคลากรในแต่ระดับที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศคือ
- ระดับปฏิบัติการ
- ระดับวางแผนปฏิบัติการ
- ระดับวางแผนการบริหาร
- ระดับวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว
นอก จากนั้นยังพูดถึงคุณสมบัติของระบบ เอ็มไอเอส ระบบดีเอสเอส และอีไอเอส ความแตกต่างของระบบเอ็มไอเอส ดีเอสเอสและอีไอเอส และคุณสมบัติที่ดีของแต่ละระบบด้วย


http://www.rta.mi.th/chukiat/story/MIS.htm
ความหมาย ปัญหาต่อกระบวนการตัดสินใจ ลักษณะ ความล้มเหลว ของ MIS รวมทั้งเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียของ MIS
ความหมายของ MIS คือการ นำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อให้ได้ข้อสนเทศโดยออกแบบชัดเจนถึงแหล่งข้อมูลวิธีการและระยะเวลาที่จะนำข้อมูลมาดำเนินกระบวนการเปลี่ยนสภาพข้อมูลเป็นข้อสนเทศ เพื่อประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการบริหารงานขององค์กร อย่างทันการ
สิ่งที่เป็นปัญหาต่อกระบวนการตัดสินใจ
คือการขาดข้อมูลทำให้ผู้บริหารต้องตัดสินใจด้วยความรู้ความสามารถ ประสบการณ์(ซึ่งอาจผิดพลาดถ้ามีไม่เพียงพอ)และเกินวิสัยที่ผู้บริหารคนเดียวจะแสวงหาข้อมูลตามลำพัง

http://www.ismed.or.th/SME2/src/upload/knowledge/118915333046e10a3278389.pdf

ระบบ MIS หรือระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ ซึ่งการปฏิบัติงานหรือการบริหารงานในปัจจุบันนั้นจำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลและสารสนเทศค่อนข้างมาก ข้อมูลนั้นเป็นสิ่งสะท้อนหรือแสดงออกถึงเหตุการณ์ หรือความเป็นไปที่เกิดขึ้น ระบบ MIS จึงมีประโยชน์เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารสามารถค้นหาข้อมูลและจัดทำรายงานที่ต้องการได้สะดวกและรวดเร็ว
ครงสร้างระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการเป็นระบบที่เกี่ยวข้องระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีด้านข้อมูลข่าวสาร
ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) จึงเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับระบบต่าง ๆ เช่น
- การบริหารศาสตร์ (Management Science)
- บัญชีจัดการ (Management Accounting)
- การจัดการ (Management)
- พฤติกรรมบุคคล (Human Behavior)
- การประมวลผลข้อมูล (Data Processing)
- คอมพิวเตอร์ศาสตร์ (Computer Science)
MIS จะทำหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบหรือกิจกรรมต่าง ๆ ภายในองค์กร หาก MIS มีการประสานงานที่ดีกับระบบอื่นภายในองค์กรรวมถึงการเข้าใจถึงสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กรแล้ว จะเห็นว่า MIS มีส่วนสำคัญในการช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

http://www.rta.mi.th/chukiat/story/MIS00.htm http://learners.in.th/blog/it-for-hrm/191118
การจัดการระบบสารสนเทศเพื่อธุรกิจ ความสำคัญและผลกระทบของระบบสารสนเทศที่มีต่อธุรกิจ คือ
- ระบบสารสนเทศช่วยสร้างคุณค่าเพิ่ิมให้กับการทำงาน
- บุคลากรทุกคนต้องมีความรู้เกี่ยวกับ MIS
- การประยุกต์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจและการบรรลุเป้าหมายขององค์กรมากขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยี MIS มีพัฒนาการมากขึ้นจนมีความสำคัญต่อเราในหลายระดับที่แตกต่างจากอดีต เราจะเห็นว่า เทคโนโลยีสารสนเทศมีความจำเป็นและความสำคัญสำหรับผู้ศึกษาและปฏิบัติงานใน สาขาต่าง ๆ เช่น การบัญชี การเงิน การตลาด และการจัดการทรัพยากรบุคคล แม้กระทั่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปศาสตร์ ดังนั้นบุคลากรที่จะปฏิบัติงานในทุกสาขาจึงสมควรมีความรู้และความเข้าใจใน หลักการของ MIS เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จในอาชีพได้

http://www.sirikitdam.egat.com/WEB_MIS/index.html
ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหาร แม้ว่าผู้บริหารที่จะได้รับประโยชน์จากระบบ MIS ที่สุดคือผู้บริหารระดับกลาง แต่โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นระบบที่สามารถสนับสนุนข้อมูลให้ผู้บริหารทั้งสามระดับ โดยระบบ MIS จะให้รายงานที่สรุปสารสนเทศซึ่งรวบรวมจากฐานข้อมูลทั้งหมดของบริษัท จุดประสงค์ของรายงานจะเน้นให้ผู้บริหารสามารถมองเห็นแนวโน้มและภาพรวมขององค์กรในปัจจุบัน รวมทั้งสามารถควบคุมและตรวจสอบงานของระดับปฏิบัติการด้วย ขอบเขตของรายงานจะขึ้นอยู่กับลักษณะของสารสนเทศและจุดประสงค์ของการใช้งานโดยอาจมีรายงานที่ออกทุกระยะเวลา รายงานตามความต้องการ หรือรายงานตามสภาวการณ์หรือเหตุผิดปกติ
นอกจากนี้ยังกล่าวถึง การแบ่งระบบสารสนเทศออกเป็นระบบย่อย
ลักษณะของระบบ MIS ที่ดีด้วย

เว็บไซต์ภาษาอังกฤษ ใจความสำคัญของแต่ละเว็บไซต์มีดังนี้ค่ะ
http://www.lib.ru.ac.th/knowledge/pcweb/mis/MISLESSION_3PDF.pdf
Information systems in Organizations
องค์กรเป็นการรวมระเบียบของคนและหนทางอื่นๆอีกมากมายที่มั่นคงนำไปสู่ความสำเร็จของจุดหมาย
จุดหมายแรกของกำไรสำหรับองค์กรนำไปสู่ผลกำไรมากขึ้นโดยรายได้เพิ่มมากขึ้นระหว่างการลดราคา องค์กรไม่มีกำไรรวมทั้งกลุ่มสังคม กลุ่มศาสนา มหาวิทยาลัยและองค์กรไม่มีกำไรตามเป้าหมายแรก

ข้อมูลของหัวหน้าเจ้าหน้าที่ เป็นการจ้างการจัดหามาของแผนกและพนักงานนั้นจะช่วยองค์กรบรรลุถึงจุดหมาย โดยปกติ หัวหน้าฝ่ายเป็นผู้จัดการแทนระดับประธานเกี่ยวข้องกับความต้องการทั้งหมดขององค์กร
ลูกโซ่ของราคาคือลำดับกิจกรรมซอฟว์แวร์พื้นฐานนั่นรวมทั้งการขนส่งภายในโกดังและ คลัง ผลผลิต คลังผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การส่งออก การตลาด และการขาย และการบริการลูกค้า

http://www.lib.ru.ac.th/knowledge/pcweb/mis/milession_8PDF.pdf
Information System in Business
ระบบข้อมูลของธุรกิจ ผู้จัดการธุรกิจมีการย้ายจากธรรมเนียมที่ไหนที่ที่พวกเขาควรจะหลบหลีก ผู้แทนที่ละเลยตัดสินใจที่จะสร้างในเรื่อง IT ที่ไหนสักครั้งที่พวกเขาไม่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ทางการตลาด นานาชาติ องค์กรนานาชาติ หรือวางแผนการเงินนั่นไม่ได้นำไปสู่การตัดสินใจจริงๆ
งานธุรกิจของการตลาดเป็นการเกี่ยวข้องกับการวางแผน การส่งเสริมการขาย และการขาย การคงอยู่ของผลิตภัณฑ์ในการคงอยู่ในตลาดและความก้าวหน้าของผลิตภัณฑ์อันใหม่ และตลาดใหม่สู่การเสนอบริการของผู้พนันและความสามารถจะเป็นไปได้ของลูกค้า
ระบบการเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรแทนคนในการอุตสาหกรรมเป็นแรงในการขาย การขายและการจัดการผลิตภัณฑ์ การโฆษณา และการส่งเสริมการขาย ระบบข้อมูลโรงงานอุตสาหกรรมช่วยบริษัทแก้ไขให้ง่ายเข้า ทำให้เป็นอัตโนมัติ และรวบรวมหลายกิจกรรมที่ต้องการผลผลิตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดระบบข้อมูลของทรัพยากรณ์บุคคล ระบบข้อมูลการบัญชี ระบบข้อมูลการเงิน

http://www.lib.ru.ac.th/knowledge/pcweb/mis/MISLESSION_1PDF.pdf
Module foundamental of Information Systems.
เกณฑ์สำหรับวัดความสำคัญของระบบข้อมูล
- แนะนำระบบข้อมูลในธุรกิจ
- ความสำคัญของระบบข้อมูล
- การแก้ปัญหาธุรกิจเกี่ยวกับระบบข้อมูล
Module Information Technology:A managerial Overview
เกณฑ์สำหรับวัดข้อมูลของเทคโนโลยี เกี่ยวกับการจัดการโดยสังเ่ขป
- การจัดการโดยสังเขป:คอมพิวเตอร์ฮาร์ดแวร์
- การจัดการโดยสังเขป:คอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์
- การจัดการโดยสังเขป:โทรคมนาคม
- การจัดการโดยสังเขป:การจัดการรวบรวมข้อมูลนิเทศ
Module Business Applications of Information Technology
เกณฑ์สำหรับวัดประโยชน์ของธุรกิจของข้อมูลเทคโนโลยี
- อินเทอร์เน็ต และการติดต่อทางอิเลคโทรนิค
- อินเทอร์เน็ต,อินเทอร์เน็ตพิเศษและความร่วมมือของวิสาหกิจ
- ระบบข้อมูลสำหรับการปฏิบัติงานทางธุรกิจ
- ระบบข้อมูลสำหรับการตัดสินใจเกี่ยวกับการสนับสนุนการจัดการ
- ระบบข้อมูลสำหรับประโยชน์ทางยุทธศาสตร์
Module Manging Information Technology
เกณฑ์สำหรับวัดการควบคุมข้อมูลด้วยเทคโนโลยี
- วิสาหกิจและการจัดการทั่วโลก
- การควบคุม IT:การวางแผนและเปลี่ยนการส่งเสริม
- การควบคุม IT:ความปลอดภัยและคำทำนายตามหลักจรรยา
ใจความสำคัญของเว็บไซต์นี้
What You Need To Know สิ่งที่ควรรู้
ผู้บริหารสูงสุดต้องการเข้าใจไปยังข้อมูลของเทคโนโ่ลยี เป็นการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจและต้องให้แน่ใจว่าในองค์กรใช้เทคโนโ่ลยีได้ผล เนื่องจากเป็นการเสียเวลามากกับที่ต้องพยายามเข้าใจความหมายของเทคโนโลยีใหม่ งานสารสนเทศซึ่งมองดูแล้วมีความหนักแน่น บุคลากรจึงต้องเข้าใจใน MIS

http://en.wikipedia.org/wiki/Management_information_system#Definition

Management Information System
การจัดระบบข้อมูลคือ กลุ่มย่อยของการควบคุมภายในทั้งหมดของธุรกิจครอบคลุมประโยชน์ทั้งหมดของประชาชน เอกสาร เทคโนโลยี และพฤติการณ์ โดยแผนธุรกิจทั่วโลก ระบบการจัดการข้อมูลมีความแตกต่างจากข้อมูลปกติ มีการใช้การกระจายระบบข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวข้องในการใช้กิจกรรมในองค์กร
บัณฑิตยสภา กำหนดเป็นการใช้อ้างอิงกลุ่มของวิธีการจัดการข้อมูล การวางเงื่อนไข การเปลี่ยนไปใช้เครื่องจักรแทนคนในงานอุตสาหกรรม หรือสนับสนุนการสร้างการตัดสินใจของมนุษย์ ระบบการสนับสนุนการตัดสินใจ ระบบผู้ชำนาญ และระบบบริหารข้อมูล เป็นลักษณะของระบบการจัดการข้อมูล การดำเนินชีวิต ผ่านเทคโนโลยีและธุรกิจ ระบบการจัดการข้อมูลดีกว่า ด่วนกว่า สวยกว่า
ข้อมูลเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับองค์กร

http://www.answers.com/topic/management-information-system

Management Information System
ข้อมูลที่ใช้ในการทำข่าวหรือกำหนดการเริ่มต้นของข่าว ข้อมูลประกอบด้วยความรู้ที่ได้มาโดยความหมายบางอย่าง และกลายเป็นสิ่งจำเป็นในการศึกษาเข้าไปในระบบสำหรับธุรกิจ ดังนั้นการทำงานเป็นกลุ่มและธุรกิจซึ่งถูกขัดขวางแบ่งเขตในการปฏิบัติงานหลาย ๆ อย่างของธุรกิจ ควรจะมีข้อมูลแยกเอาไปใช้ในการพัฒนา ในวิชาคอมพิวเตอร์และขบวนการข้อมูล และทฤษฎีใหม่ของการสร้างระบบการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของระบบคอมพิวเตอร์ เป็นการคิดคำนวณของระบบ เป็นการเติบโตออกไปของการวิจัยพื้นฐานโดยรัฐบาลสหรัฐ